คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพ

วิธีการที่เรานั้นรักษาสิวผด

เมื่อเรานั้นเป็นสิวผดนั้นเราก็อยากที่จะรักษาให้หายด้วยเพราะว่าการที่เรานั้นเป็นสิวผดนั้นเหมือเป็นผื่นที่ทั่วใบหน้าของเรานั้นและทำให้หน้าของเรานั้นรูปสึกเวลาที่เรานั้นลูบหน้าแล้วรู้สึกว่าสากมืออย่างมาก ดังนั้นเราจึงหาวิธีในการที่เรานั้นจะรักษาให้ถูกวิธีเพื่อที่จะไม่ให้หน้าของเรานั้นเป็นสิวบท

  • เริ่มแรกคือการเรานั้นทำให้ผิวหน้าของเรานั้นสะอาด คือการที่เรานั้นล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้งต่อวันและเรานั้นต้องล่างด้วยน้ำเปล่าไม่ควรที่จะล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น 
  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เมื่อการที่เรานั้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับหน้าเมื่อเรานั้นล้างหน้าก็ควรที่จะรวมถึงครีมกันแดดด้วยและควรล้างออกให้สะอาดเพื่อที่เรานั้นจะได้ป้องกันการเกิดสิวที่อุดตันในเวลาภายหลังได้ 
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด การที่เรานั้นหลีกเลี่ยงแสงแดดนั้นที่ก่อให้เกิดสิวผดได้ ดังนั้นเราควรที่จะหลีกเลี่ยงในการออกแดดดังนั้นเราควรที่จะทาครีมกันแดดนั้นออกจากบ้านและเมื่อเรานั้นทาครีมออกจากบ้านนั้นให้เราไม่มีความมันไม่มากนัก
  • การที่เรานั้นเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ดังนั้นเราต้องกินผักหรือว่าผลไม้นั้นให้มาก เพราะว่าผลไม้ที่มีแร่ธาตุและสังกะสี หรือว่า zinc  เพื่อที่จะช่วยส่งเสริมให้ผิวพรรณนั้นมีความแข็งแรง และเรานั้นก็ควรที่จะดื่มน้ำเปล่านั้นให้มากๆเพื่อที่จะช่วยให้ความชุ่มชื้นและปรับความสมดุลให้แก่ร่างกาย 
  • หมั่นดูแลตัวเองนั้นให้มาก การที่เรานั้นดูแลตัวเองนั้นควรที่จะทำให้ไม่เครียดมากเพราะว่าต่อมไขมันต้องทำงานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุ
  • การพอกหน้าเพื่อที่จะลดสิวผด  การที่เรานั้นพอกหน้าด้วยสมุนไพรซึ่งเรานั้นต้องสามารถที่ช่วยให้ไม่ให้เกิดสิวผดและสิวอักเสบเป็นอย่างดีโดยการที่เรานั้นใช้สูตรพอกหน้าด้วยวิธีที่เรานั้นก็คิดว่าหลายๆคนนั้นก็เคยได้ยิน สูตรแป้งโยคี ผสมผงพิเศษ และน้ำมะนาวอันนี้สามารถที่จะช่วยในเรื่องการพอกหน้าไม่ให้เป็นสิวผด และสิวอักเสบ 
  • ยาทารักษาสิวผด ยาทาแก้สิวพดนั้นมีให้เรานั้นเลือกอยู่สองแบบ  

1.1 ยาอะดาพาลีน  ซึ่งเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ โดยนำมาใช้ทาก่อนนอนเพื่อทำให้สิวผดนั้นผุดหัวสิวขึ้นมา แล้วจึงค่อยกดออกในภายหลัง  

1.2  ยาคีโตโคนาโซล อันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวผดที่เกิดจากยีสต์แต่ก็ควรที่จะอยู่ใต้การควบคุมของแพทย์เพียงเท่านั้น 

    –  ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง  วิธีจะช่วยการรักษาสิวผดได้อย่างปลอดภัย  และยังเป็นการป้องกันการเกิดสิวผดอย่างถาวร ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการรักษาสิวผดตั้งแต่สาเหตุและรักษาสิวผดโดยที่เรานั้นหลีกเลี่ยงกับการซื้อยาที่มีส่วนของสารสเตียรอยด์ 

    –  การทำเลเซอร์รักษาสิวผด  เนื่องด้วยว่าปัจจุบันในการที่เรานั้นทำเลเซอร์นั้นเป็นการรักษาสิวผดนั้นได้อย่างทันใจแต่ว่าอาจจะทิ้งรอยดำไว้บ้าง ซึ่งเรานั้นก็สามารถที่จะทาครีมลดรอยดำนั้นได้ เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะอดทนอย่าพึ่งท้อในการรักษาสิวนะ 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

มาลดน้ำหนักแบบ IF กันดีกว่าค่ะ

         ถ้าพูดถึงความอ้วน ไม่ว่าหญิงหรือชาย ใครๆก็อยากหุ่นดี หุ่นสวยกันทุกคน ไม่มีใครที่อยากถูกตราหน้าว่าอ้วน ลงพุง แต่ด้วยอาหารที่มีขายในปัจจุบันรวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ตื่นเช้ามาก็ต้องเร่งรีบในการทำงาน ทำให้แต่ละคนไม่มีเวลาที่จะมาสนใจเรื่องการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้ทุกวันนี้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน

และ เรื่องของความอ้วนก็มีผลต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันมาก สำหรับคนที่อ้วนมีน้ำหนักตัวเยอะนอกจากจะถูกสายตาคนทั่วไปดูถูกเรื่องรูปร่างแล้ว การเลือกใส่เสื้อผ้า การหาซื้อเสื้อผ้าใส่ก็ลำบากด้วยเช่นกัน แต่เมื่ออยากผอมแล้วไม่มีเวลามานั่งออกกำลังกาย ก็ควรหาช่องทางอื่นในการลดน้ำหนัก ดังนั้นวันนี้จะมาเสนอการลดน้ำหนักแบบ IF หรือ Intermittent Fasting

          สำหรับการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting นั้นก็คือการลดน้ำหนักโดยการจำกัดเวลาในการกินอาหาร ซึ่งจะมีหลายสูตรด้วยกันแต่ที่นิยมทำกันมากที่สุดในตอนนี้คือสูตร IF   16/8  นั่นคือกินอาหาร 8 ชั่วโมงอดอาหาร 16 ชั่วโมง  นั่นเองโดยภายใน 8 ชั่วโมงให้กินอาหารประมาณ 2 มื้อและภายใน 16 ชั่วโมงจะกินได้น้ำ ชา กาแฟได้แต่คนทั่วไปแล้วจะเน้นกินน้ำเปล่า

อย่างเดียวเท่านั้นเพื่อให้ได้ผลเร็วและผลออกมาแน่นอน  หลายคนอาจบอกการการลดน้ำหนักด้วยการนับแคลลอรี่จะสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าแต่อันที่จริงมีงานวิจัยออกมาว่าหากลดน้ำหนักด้วยการนับแคลลอรี่ จะสามารรถลดความอ้วนได้แค่  1 เท่าเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราลดน้ำหนักด้วยการใช้สูตรการลดน้ำหนักของ  IF จะสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 4 เท่าด้วยกัน 

          ประโยชน์ของการลดน้ำหนักด้วยการทำ  Intermittent Fasting นั้นมีมากมายทั้งในเรื่องที่ช่วยในการลดน้ำหนักแล้ว ยังสามารถช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย การลดน้ำหนักด้วย IF จะเป็นการที่ร่างกายนำไขมันที่สะสมไว้ได้ออกมาใช้ เพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย ช่วยเรื่องการลดไตรกลีเซอไรด์ LDL  ช่วยยับยั้งการเป็นอัลไซเมอร์และช่วยเพิ่มคำจำให้กับเราด้วย 

ที่สำคัญภูมิคุ้มกันร่างกายดีขึ้น อายุเราก็จะยืนยาวขึ้นด้วย สำหรับหลายคนที่กลัวเรื่องการลดน้ำหนักแบบ IF จะมีผลต่อระบบกระเพาะอาหารเพราะเป็นการกินไม่เป็นเวลานั้น หายห่วงได้เลย เพราะหากเราทานแบบ IF แล้วเราทานโปรตีนเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอเราก็จะไม่เป็นโรคกระเพาะอาหาร รวมถึงกล้ามเนื้อของเราก็ไม่หายไปด้วย  สำหรับอาหารที่กินช่วย 8 ชั่วโมงนั้นให้เน้นผักและโปรตีน รวมถึงกินข้าวกล้อง จะช่วยให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เครื่องช่วยฟัง

น้าค่อม ชวนชื่น หนึ่งในดาราที่เลิกบุหรี่ได้จริง

สุดยอดตลกรุ่นใหญ่ แต่แสดงให้เห็นถึงว่า ไม่ว่าใครก็ตาม เพียงแค่ขยันก็สามารถมีจะกิน และไม่มีวันอับจนมากๆ เราจะเห็นได้ว่า หน้าตลกส่วนมากแล้วจะต้องมีน้าค่อมแสดงอยู่ด้วยเสมอๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของหนังประเภทนี้ไปเสียแล้ว

น้าค่อมนั้นได้อยู่กับวงการนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยที่ต้องดินรนขึ้นมาเองจากเป็นเพียงตลกคาเฟ่ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มาได้ไกลขนาดนี้เลยล่ะ การที่น้าค่อมต้องต่อสู้อยู่ในวงการบันเทิงแบบนี้ แล้วยิ่งในสมัยที่วิ่งทำงานแสดงตลก ก็คงต้องวิ่งกับงานกลางคืน ตามร้านเหล้า ผับ บาร์ ทั้งหลายเป็นหลัก แล้วนั้นก็คงไม่สามารถหลีกหนีอบายมุขต่างๆได้

น้าค่อมก็เป็นคนนึงที่ได้ชื่อว่าติดเหล้าติดบุหรี่อย่างหนักเช่นกัน แล้วน้าค่อมก็สามารถเลิกมันได้ ถึงแม้จะเลิกได้ในภายหลังนานแล้วก็ตาม ซึ่งก็เป็นเพราะหลายๆเรื่อง ทั้งปัญหาสุขภาพต่างๆนาๆ น้าค่อมเองก็มีอายุที่มากโขแล้วล่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้น้าค่อมอยากจะเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด

ก็คือครอบครัวเช่นเดียวกับดาราคนอื่นๆ น้าค่อมนั้นได้เป็นถึงคุณตาแล้วในตอนนี้ หลานสาวที่น่ารักที่สุดก็ได้ทำให้น้าค่อมนั้นไม่สามารถจะกระทำตัวเองให้อายุสั้นลงได้อีกแล้ว

น้าค่อมนั้นมีลูกสาวที่สวยและเก่ง ตอนนี้ลูกสาวแกก็ได้มีหลานให้กับน้าค่อมแล้ว เรียกได้ว่าเป็นซุปตาร์เลยล่ะ น่ารักแบบสุดๆไปเลย เพราะยังไงก็ได้พ่อแม่ที่น่าตาหล่อเหลาและสวยงามด้วย ตอนนี้คงต้องเรียกว่า น้องญิลลา ซุปเปอร์สตาร์สาวน้อย

ทุกวันนี้น้าค่อมก็ยังเห่อหลายยังไม่หายเลยมั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม น้องญิลลา ก็คงเป็นเหตุผลหลักของการเลิกบุหรี่ของน้าค่อมคุณตาที่อยากรักษาอายุอยู่ดูหลานตัวน้อยโตขึ้นได้นานๆคนนี้ น้าค่อมไม่ได้เลิกเพียงบุหรี่เท่านั้นนะ แต่ตอนนี้น้าค่อมก็เลิกกินเหล้าอีกด้วย นั้นเพราะว่าเหล้าและบุหรี่เป็นเหมือนของคู่กัน ที่วันถึงก็ต้องหันมาดูดบุหรี่อีกแน่

ถ้ายังดื่มเหล่าต่อไป น้าค่อมได้บอกกับทุกคนไว้ว่า สำหรับการเลิกบุหรี่ของแกนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากๆ แกกว่าจะทำได้ต้องใช้เวลาจริงๆ ไม่ใช่ประเภทหักดิบได้นั้นเอง ความอดทนเป็นหลัก ต้องอดทนและนึกถึงสิ่งที่อยากเลิกว่าเพื่ออะไรถึงอยากเลิก น้าค่อมเห็นหน้าหลานสาวลอยมาตลอดทุกครั้งที่อยากจะดูดบุหรี่อีกครั้ง

ความสำเร็จหลายๆอย่างในชีวิตมักจะเกิดขึ้นจากการทำเพื่อครอบครัว มันคือแรงขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถมองข้ามได้จริงๆ

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

คู่มือโรคมะเร็ง

                  

          ร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่จนถึงเข้าช่วงวัยทอง ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิงจึงมีหลากหลายและมีลักษณะเฉพาะ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นดูแลรักษาสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะการที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังเป็นโรคร้าย

          ข้อมูลจากสถานบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันมีการพบผู้ป่วยมะเร็งเป็นจำนวนมาก โดยในกลุ่มผู้หญิงนั้นพบว่าเป็นกันมากที่สุดก็คือ มะเร็งเต้าน้ำนม  มะเร็งปากมดลูก มะเร็งสำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด และมะเร็งมดลูก

          อันดับหนึ่งที่ผู้หญิงเป็นกันมากที่สุดคือมะเร็งเต้านม โดยยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากโดยเฉพาะผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป โดยมีปัจจัยเสี่ยงมากจาก พันธุกรรม  การสัมผัสเอสโตรเจนเป็นเวลานาน ชอบดื่มแอลกอฮอล์และไม่ชอบออกกำลังกายรวมถึงเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน อาการของโรคมะเร็งเต้านมดูได้จาก หัวนมบุ๋ม  มีผื่นแดง ปวดเต้านมและเมื่อคลำเต้านมจะพบก้อนในเต้านมหรือใต้แขน ถ้าตรวจพบอาการแบบนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที ในผู้หญิงที่อายุมากว่า40 ปีขึ้นไปควรมีการไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมพร้อมอัลตราซาวนด์ทุก 1-2 ปี

          ส่วนมะเร็งที่พบได้มากรองลงมาคือ มะเร็งปากมดลูกจะเกิดจาการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV โดยไวรัสชนิดนี้จะมาจากการมีเพศสัมพันธ์ มะเร็งชนิดนี้พบได้มากในผู้ที่ ช่วงอายุ 40-50 ปี โดยมักมีประวัติเคยมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือในกลุ่มที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือผู้ป่วยเอชไอวี มะเร็งชนิดนี้ไม่ค่อยพบอาการระยะเริ่มต้น หากมีเลือดออกช่องคลอด มีตกขาวเยอะและมีกลิ่นเหม็นเน่า ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งชนิดนี้ควรไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก  และในผู้หญิงที่มีอายุ 9-26 ปีควรไปฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันต้านเชื้อ HPV

          มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักพบมากสุดเป็นอันดับ 3  ปัจจุบันแพทย์ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนี้ แต่โรคนี้จะพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปและ มีประวัติโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง ชอบสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักมากและไม่ชอบออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน ชอบอาหารที่มีไขมันสูงและไม่ค่อยรับประทานผัก ผลไม้ สำหรับอาการจะมีอาการท้องเสีย ท้องผูก รู้สึกถ่ายไม่หมด ลักษณะอุจจาระเล็กเรียวยาวกว่าปกติและมีเลือดปน ในผู้หญิงที่มาอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรมีการไปตรวจคัดกรองด้วยการตรวจหาเลือดในอุจจาระ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ 

          มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงและมีการเสียชีวิตสูง เพราะส่วนใหญ่จะตรวจเจอตอนที่เซลล์มะเร็งลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 4 แล้ว สาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ป้องกันได้ด้วยการไม่สูบบุหรี่และอยู่ให้ห่างคนสูบบุหรี่ ควรตรวจคัดกรองโรคที่โรงพยาบาล 

          อีกมะเร็งที่พบบ่อยคือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนใหญ่พบในผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนผันผวน เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สังเกตอาการได้จากประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมีเลือดออกจากช่องคลอด ทางที่ดีถ้าพบอาการเหล่านี้ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์

ทุกคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าคลอโรฟิลล์มาแล้วว่าคือพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการล้างสร้างพิษในร่างกายได้แถมยังรักษาแผลได้อีกด้วยแล้วทุกวันนี้ทางเว็บ  หวยออนไลน์บาทละ 1000 ของเราต้องเจอมลภาวะต่างๆในชีวิตประจำวันด้วยเช่นฝุ่น ควันหรือแม้กระทั่งเรื่องอาหารการกินที่ขาดคุณภาพผลเสียต่างๆ

ที่เกิดขึ้นมาเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารพิษต่างๆเป็นจำนวนอาจจะเกิดผลเสียต่อร่างกายเราอีกด้วยสังเกตได้ง่ายๆว่าร่างกายของเรานั้นมีสารพิษหรือสิ่งตกค้างอยู่หรือไม่เพราะว่าเราจะมีอาการแสดงออกมา

-ปวดหัว หงุดหงิด

-ผิวพรรณหมองคล้ำไม่สดใส

-ปวดเนื้อปวดตัวตามร่าง ปวดกระดูก ปวดข้อเท้า

-เป็นลมพิษ เป็นภูมิแพ้

-เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ

-ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก

-มีอาการเครียด ร่างกายไม่แข็งแรง

จากที่กล่าวมานั้นเป็นปัญหาที่เกิดจากมลพิษที่เราเจอในชีวิตประจำวันดังนั้นเราควรต้องหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถล้างสารพิษให้แก่ร่างกายเราและทำไมเราต้องล้างลำไส้ด้วยสารสกัดจากคลอโรฟิลล์เพราะการทำความสะอาดลำไส้จะทำให้สารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราขับถ่ายออกไปและเป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส้ให้แข็งแรงอีกด้วยและทำให้สิ่งตกค้างที่เกิดจากสารพิษต่างๆออกไปจากร่างกายของเราด้วย

ทำให้ลำไส้ของเราปกติด้วยถ้าเกิดลำไส้อุดตันอาจจะทำให้การทำงานปิดปกติก็ได้แต่ถ้าเราล้างลำไส้จะทำให้สารพิษออกไปแล้วระบบการทำงานจะกลับเป็นธรรมชาติเหมือนเดิมระบบการทำงานในร่างกายก็จะดีขึ้นอีกด้วยจะช่วยกระตุ้นให้ระบบการทำงานของลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นทำให้ร่างกายของเราสดชื่น

เมื่อเราล้างลำไส้จะดูดซึมน้ำและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆในร่างกายของเราทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของการใช้คลอโรฟิลล์

-ขับสารพิษในร่างกาย สารปนเปื้อนต่างๆที่มาจากอาหารหรือน้ำ

-ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น

-ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

-ช่วยบำรุงรากผม ไม่ให้หลุดล่วงง่าย

-ช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวของเรา

นี่เป็นประโยชน์คร่าวๆของคลอโรฟิลล์ที่จริงมีประโยชน์และสรรพคุณอย่างมากเทียบเท่ากับพืชสมุนไพรเลยแต่ในปัจจุบันนี้นำคลอโรฟิลล์ไปสกัดเป็นน้ำเพื่อการจำหน่ายเพราะมีแพทย์ค้นพบว่าคลอโรฟิลล์นั้นมีสารที่สามารถต้านเซลล์มะเร็งได้จึงมีการไปทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อสุขภาพที่ดีและในการรักษาโรคอีกด้วยจึงมีความนิยมในการรับประทานอย่างมากในปัจจุบันนี้

แถมราคาไม่แพงมากที่คุณภาพในการรักษาดีมากๆและส่วนใหญ่ในการรักษามักจะประสบผลสำเร็จอยู่เสมออยากให้ทุกคนได้ดูแลสุขภาพร่างกานตัวเองโดยการดื่มคลอโรฟิลล์

โรคที่ใครไม่ต้องการ

โรค HIV หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่า โรคเอดส์  หลายคนพอจะเข้าใจว่ามัน คือโรคติดต่อร้ายแรง  ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างการบกพร่อง  เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

รวมไปถึงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันและ  การได้รับเลือดจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ มันเป็นโรคติดต่อที่ทุกคนกลัวกันเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้  เพราะเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน  เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้  ที่ไม่ระมัดระวัง  ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย 

รวมไปถึงคู่รักข้ามเพศด้วย  ซึ่งในปัจจุบันมีการยอมรับว่าสังคมในประเทศไทยเรา  ยอมรับเพศที่สามกันมากขึ้น  และเพศที่สามก็มีการแสดงออกในสังคมมากขึ้นไม่ปกปิด  ไม่ปิดบังเหมือนก่อน  แต่คนเราก็ต้องยอมกันว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  มีความเสี่ยงสูงกับกลุ่มรักร่วมเพศของเพศที่สาม

มีเพศที่สามคนหนึ่งที่เค้ายอมรับว่าเค้าติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์  ตอนนี้เค้าได้การรักษาได้รับยา            ที่ถูกต้องกดภูมิตัวเองไว้ ตามการรักษาของทางโรงพยาบาล  ซึ่งในช่วงแรกที่เค้ารับรู้ว่าเค้าได้รับเชื้อนี้  เค้าเอง     

ก็ยอมรับไม่ได้  กินไม่ได้นอนไม่หลับ  ทั้งร้องไห้เสียใจ  คิดอยากตาย  อยากคนอื่นถ้ามีใครรู้  กลัวคนรังเกียจ  จิตใจสับสน  หาทางออกไม่เจอ  เค้าได้กำลังใจที่ดีจากหมอจิตเวช  ให้แนวทางในการปฏิบัติตัว  ปฏิบัติใจการสู้ด้วยกำลังใจของตัวเอง  ก่อนที่เค้าจะเข้ารักษาพบหมอจิตเวช  เค้าพยายามค้นหาว่าเค้าติดโรคจากใคร 

ใครเป็นคนเอาโรคมาติดให้  เขาอยากแก้แค้นคนนั้น  อยากเอาคืนให้ตายไปด้วยกัน  แต่พอเขาหวนคิด  ทบทวนหลายๆครั้งทำให้เค้าพอจะเข้าใจว่า  แค่เป็นเพศที่สามของเขา  ก็มีความเสียงต่อการติดเชื้อแล้ว  เพราะการมีเพศสัมพันธ์ของพวกมีการเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ  คนไหนพอใจก็ได้หมด  บางครั้งต้องไปซื้อผู้ชายตามบาร์เกย์  บางคนเป็นเด็กไซด์ไลน์  ไม่มีคู่นอนเป็นตัวเป็นตนที่แน่ชัด  เขาเองก็ใช้ชีวิตแบบสุดคุ้มมากทีเดียวในเรื่องของเพศสัมพันธ์

  เขามั่นใจว่าเขาติดโรคเอดส์ทางเพศสัมพันธ์แน่นอน  เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเค้าติดกับใครกันแน่  เขาเองยังมีความต้องการตามหาคนคนนั้นอยู่เหมือนกัน  แต่การตามครั้งนี้เขาต้องการตามไปเพื่อบอกใคร ผู้ชายคนนั้นให้ระมัดระวั

  แจ้งให้เขาทราบว่าเขาติดเชื้อ  ให้ระมัดระวังหากจะมีเพศสัมพันธ์กับใคร ก็ให้สวมถุงยางอนามัย     ทุกครั้ง  เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลง  และจะแนะนำให้คนนั้นเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องแบบเขา  แล้วจะได้  มีชีวิตต่อได้อีกนาน  หากรู้จักรักษาตัวเองให้ถูกต้อง  ทานยาให้สม่ำเสมอ

โรคเอดส์  ไม่มีใครอยากเป็นแต่หากติดแล้ว  สำคัญที่สุดคือต้องเข้มแข็ง  ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น  เข้าไปพบแพทย์ได้รับการรักษาที่ถูกต้องชีวิตเราก็อยู่ได้อีกยาวนาน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ที่ “มือสั่น” ไม่ได้ตื่นเต้น

  เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีอาการตื่นเต้นแล้วมือสั่น หรือบางคนก็ถึงขั้นขาสั่นร่มด้วยก็มี อาการแบบนี้เรามักจะประสบพบเจอบ่อยๆก็ในตอนที่ต้องออกไปพูดต่อหน้าคนมากๆ หรือทำในสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยทำมาก่อนแล้วรู้สึกตื่นเต้นนั่นเอง

แต่อาการมือสั่นของบางคนก็ไม่ได้ขึ้นแค่ตอนที่รู้สึกตื่นเต้นเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมือก็สั่นแล้วการที่มือสั่นในลักษณะนี้นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แล้วมีความเสี่ยงต่อสุขภาพร่างกายหรือไม่

      อาการมือสั่นที่อาจเกิดขึ้นได้กับเราทุกคนได้นั้น เกิดจากอะไรได้บ้างเรามีข้อสังเกตหลัก 3 ข้อ เพื่อให้ทุกได้ลองสำรวจตัวเองดูว่าเคยมีอาการแบบนี้ หรือกำลังเป็นแบบนี้อยู่หรือไม่

  1. มีอาการสั่นในขณะที่กำลังนั่งอยู่เฉยๆ อย่างเช่นตอนที่เรากำลังดูโทรทัศน์ หรือกำลังนั่งทำงานแล้วพักมืออีกข้างหนึ่งไว้ โดยอาการสั่นที่เกิดขึ้นเจ้าตัวนั้นไม่ได้รู้สึกหรือรู้ตัว แต่คนรอบข้างจะสังเกตได้ว่าเรามีอาการมือสั่นอยู่ ในกลุ่มนี้ถ้าหากมีอาการมือสั่นเกิดขึ้น เรียกว่า “อาการมือสั่นในขณะอยู่นิ่ง”
  2. อาการมือสั่นในขณะที่มีการยกมือ อย่างเช่นเมื่อเรามีการยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม หรือยื่นแขน แบมือออกมาด้านหน้าแล้วสังเกตได้ว่ามือมีอาการสั่น ลักษณะเช่นนี้คือ อาการมือสั่นในขณะที่ยกมือด้านแรงโน้มถ่วง
  3. อาการมือสั่นในขณะที่กำลังทำกิจกรรม เช่น ในเวลาที่เรากำลังตักข้าวเข้าปาก เขียนหนังสือ หรือกิจกรรมที่ใช้สมาธิจดจ่ออย่างการร้อยได้เข้าเข็ม 

ซึ่งอาการมือสั่นทั้ง 3 ลักษณะนี้ก็จะมีความแตกต่างกันไป สำหรับโรคที่ทุกคนรู้จักกันทั่วไปอย่างโรคพาร์กินสันนั้นมักจะแสดงอาการแบบในข้อแรกคือ อาการมือสั่นในขณะที่อยู่นิ่ง โดยส่วนมากจะถูกสังเกตได้โดยญาติหรือคนใกล้ชิด

เพราะตัวคนที่เป็นโรคนี้จะไม่ได้รู้ตัวในขณะที่กำลังสั่น ส่วนมากมักเกิดจากตอนที่มีอาการเครียด หรือเกิดความกังวล แต่เมื่อรู้ตัวแล้วอาการมือสั่นก็จะหายไป แต่ที่พบได้เป็นส่วนมากของอาการมือสั่นคือ อาการมือสั่นในขณะที่กำลังทำกิจกรรม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาการนี้มักพบในกลุ่มคนที่อายุยังน้อย หรือในกลุ่มวัยรุ่น ที่มีการอดนอน

การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เวลามีอาการเหนื่อย หรือในตอนที่หิวข้าวนั่นเอง ซึ่งอาการมือสั่นที่เกิดมาจากสาเหตุเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นโรค แต่ในกลุ่มเดียวกันที่มีอาการมือสั่นในขณะที่กำลังทำกิจกรรมเช่นกันแต่ว่าเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากโรค และเป็นโรคจากกรรมพันธุ์

โดยทางการแพทย์จะเรียกว่า “อาการสั่นที่เป็นพันธุกรรม” หรือในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Essential tremor นั่นเอง อาการสั่นชนิดนี้เป็นโรคสั่นที่พบได้บ่อยที่สุดในโลก ซึ่งในกลุ่มนี้จะพบได้ว่าคนในครอบครัวก็มีอาการแบบนี้เช่นกัน

       อย่างไรก็ตามอาการสั่นในแต่ละรูปแบบที่เกิดขึ้นนั้นย่อมมีสาเหตุ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการมือสั่นแล้วเกิดความกังวลว่าตัวเองกำลังจะเป็นโรคอะไรหรือไม่นั้น ก็อย่าพึ่งด่วนสรุปจนทำให้เกิดอาการหดหู่ต่อตัวเอง แต่ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอรับคำปรึกษาและวินิจฉัยให้ละเอียดและแน่นอนก่อน หวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ และใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

สิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่ไฟฟ้า

นำบุหรี่และที่เขี่ยออกให้พ้นจากสายตา หนึ่งในสิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่ไฟฟ้า

จริงๆอันนี้ก็เป็นสิ่งง่ายๆที่จะทำเป็นอันดับแรกของการจะเริ่มเข้าคอสการเลิกบุหรี่นะ เคยสังเกตุไหมว่า เมื่อเรานั้นได้อยู่กับอะไรนานวันเข้า ก็จะทำให้สิ่งนั้นยั่วยุให้เราหลงไม่เชื่อหลงไปทำหลงไปชอบอยู่เสมอๆ อย่างเช่นการที่บ้านๆหนึ่งมีหนังสือพิมพ์มาส่งทุกๆเช้า

และได้เห็นคุณพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า เราก็จะเริ่มทำตาม แล้วเราก็จะเริ่มเป็นคนอ่านหนังสือพิมพ์เช่นกัน กับอีกบ้านหนึ่งที่ไม่มีหนังสือพิมพ์แต่เปิดข่าวดูตอนเช้าทุกวัน เราก็จะติดที่จะลุกออกมาจากเตียงแล้วต้องเปิดข่าวดูเป็นประจำ

หรือเอาง่ายๆกว่านั้น เราไม่ใช่คนดื่มกาแฟ แต่พออยูกับเพื่อนที่ติดกาแฟ แล้วต้องไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน วันหนึ่งก็จะติดกาแฟตามเพื่อนไปนั้นแหละ

แล้วเราคงได้ยินกันเป็นประจำว่า วัยรุ่นทำไมถึงหันมาสูบบุหรี่กันเยอะจัง นั่นก็เพราะสิ่งนี้แหละ เพราะว่าเห็นเพื่อนสนิทสูบ ก็จะเริ่มอยากสูบตาม หรือได้กลิ่นบ่อยๆจนเคยชินจนสามารถสูบตามได้ อย่างผมก็ติดจากการมีเพื่อนติดบุหรี่หลายคนเช่นกัน แล้วก็ออกไปปาร์ตี้สังสรรค์กันที่ร้านเหล้าต่างๆ ทำให้รู้สึกอยากดูดบุหรี่ตามเพื่อนบ้าง

แรกๆก็เริ่มจากการที่ขอลองหน่อยว่าเป็นยังไง พอได้ลองแล้วไอ ก็จะพยายามลองจนไมไอ แล้วสักพักเพื่อนแสนดีก็จุดบุหรี่ให้ทุกครั้งเสียแล้ว ฮ่าๆ นั้นแหละคืออิทธิพลของการได้การอยูร่วมกันในสังคม นั้นเป็นอะไรที่ต้องเรียนรู้ว่าเราควรอยู่ให้ห่างกับสิ่งที่เราไม่อยากจะทำ

ยิ่งพลักให้พ้นจากตัวเองได้ตลอดไปเลยยิ่งดี หรือเรื่องบุหรี่ เรามีเพื่อนดูดบุหรี่ เราก็ต้องพยายามไปเข้าไปใกล้เวลาเพื่อนๆดูด บุหรี่ไฟฟ้า เท่านั้นเอง อีกทั้งเราต้องไม่มีซองบุหรี่ในบ้าน แล้วก็เราต้องไม่มีที่เขี่ยบุหรี่ในบ้านด้วยเช่นกัน ทิ้งออกไปจากบ้านให้หมด สิ่งที่สำคัญแต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ควรจะใส่ใจอย่างมาก ไม่เช่นนั้นจะทำให้เราไม่มีวันหนีออกจากวังวันนี้อีกเป็นแน่

ก่อนอื่นก็ต้องทำตัวเองให้หมดกลิ่นบุหรี่เสียก่อน ทั้งในบ้านและในห้อง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าทั้งหมดก็ต้องทำให้หมดกลิ่นบุหรี่ เพราะถ้ามันเตะจมูกขึ้นมากก็จะรู้สึกอยากบุหรี่แน่ ต่อมาก็ควรกำจัดซองบุหรี่และที่เขี่ยบุหรี่ออกไปจากบ้าน

เพราะการเห็นมันก็ทำให้เราจินตนาการถึงความฟินในการดูดบุหรี่ได้ แล้วก็ทำให้อยากไปหยิบมาสักมวน

วิธีการวัดความดันด้วยตัวเอง

การจัดเตรียมก่อนกระทำตรวจ
สิ่งที่คุณควรจะเตรียมพร้อมก่อนกระทำวัดระดับความดันเลือดมีดังนี้

1. คุณจึงควรฟังเสียงชีพจร ด้วยเหตุผลดังกล่าว คุณจำเป็นจะต้องหาที่สงบเงียบ ควรจะนั่งพักผ่อนก่อนสัก 5 นาที ก่อนจะทำวัดระดับความดันเลือด

2. ควรจะทำกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกรีแล็กซ์ อย่าวัดระดับความดันเลือดถ้าเกิดคุณรู้สึกเคร่งเคลียด หรือพึ่งออกกำลังกายมา คาเฟอีน หรือพึ่งดูดบุหรี่มาเมื่อ 30 นาทีก่อนหน้านี้ สิ่งพวกนี้สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลของการตรวจได้

3. ควรจะนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ เอนกายข้างหลังให้อิงกับเก้าอี้ ไม่สมควรไขว่ห้าง แล้วก็วางเท้าราบกับพื้น

4. ถ้าคุณกำลังสวมเสื้อแขนยาว ควรจะม้วนแขนเสื้อขึ้นไป ถ้ากำลังสวมเสื้อผ้ารัดแขนแน่นๆ ให้ถอดออกเสีย

5. วางแขนไว้ที่ระดับเดียวกับหัวใจ

ขั้นตอนสำหรับในการวัดระดับความดันเลือด

คุณสามารถวัดระดับความดันเลือดได้ด้วยตัวเอง

1. เริ่มจากการประมาณชีพจร วางนิ้วชี้และก็นิ้วกลางที่กึ่งกลางพับศอก

2. พันผ้ารอบต้นแขน ส่วนขอบด้านล่างของผ้า (ท่อนหัวของหูฟังหมอ) ควรจะอยู่เหนือพับศอก 2.5 ซม. บริษัทผู้ผลิตบางครั้งอาจจะใส่ลูกศรเพื่อช่วยทำให้คุณรู้ตำแหน่งของหูฟังของหมอ

ถ้าเกิดคุณใช้เครื่องตวงความดันเลือดแบบควบคุมด้วยมือ

1. ใส่หูฟังของหมอเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น แขนข้างหนึ่งถือเกจ์วัดความดัน (คล้ายๆ นาฬิกา) และแขนอีกข้างถือส่วนกระเปาะไว้

2. ปิดวาวล์ไหลเวียนอากาศที่กระเปาะ (ตรงเข็มนาฬิกาข้างกระเปาะ)

3. บีบกระเปาะให้ปลอกที่มีไว้ใส่แขนวัดความดันเลือดพองขึ้น ช่วงเวลาที่รอจับตามองเกจ์วัดความดัน หยุดบีบเมื่อเกจ์ขึ้นไปถึง 30 มม.ปรอท เหนือความดันตัวบน (systolic pressure) ที่คาดเดาไว้ (จำนวนบนของค่าความดันเลือด) คุณจะรู้สึกแน่นที่ต้นแขน

4. เวลาที่กำลังเฝ้าดูมองเกจ์วัดความดัน ให้เบาๆ เปิดวาล์วไหลเวียนอากาศที่กระเปาะ

5. ตั้งใจฟังเสียงให้ดี เมื่อได้ยินเสียงชีพจรให้จำค่าตัวเลขที่เกจ์วัดความดัน นับเป็นค่าเลขตัวบน เมื่อคุณได้ยินเสียงคราวสุดท้ายให้เขียนบันทึกจำนวนเป็นค่าความดันตัวด้านล่าง (diastolic pressure)

6. คุณจะมิได้ยินเสียงชีพจร ถ้าหากคุณปล่อยให้ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่แขนวัดความดันเลือดยุบเร็วเกินไป ควรจะประพฤติตามขั้นตอนด้านบนอีกที ภายหลังจากผ่านไป 1 นาที

ถ้าคุณใช้เครื่องตวงความดันเลือดแบบดิจิตอล

1. กดปุ่มที่เครื่องวัดความดัน

2. ปลอกใส่แขนวัดความดันเลือดจะขยายตัวขึ้น และก็คุณจะรู้สึกแน่นที่ต้นแขน

3. ให้เขียนบันทึกค่าที่แสดงขึ้นบนจอของเครื่องวัดความดัน

หมอบางครั้งก็อาจจะชี้แนะให้ท่านกระทำวัดความดันเลือดในเวลาที่แน่นอน คุณสามารถเขียนบันทึก และก็นำไปให้หมอดูเมื่อถึงเวลาที่หมอนัดหมายได้

ทำความเข้าใจกับผลของการตรวจ
คุณควรจะวัดระดับความดันเลือดของคุณ 2 ถึง 3 ครั้งในคราวเดียว และใช้จำนวนที่คุณมองเห็นหลายครั้งที่สุด ผลของการตรวจของคุณจะมีสองจำนวน จำนวนบนเป็นค่าความดันตัวบน (120 มม.ปรอท หรือน้อยกว่านั้น เป็นค่าธรรมดา) จำนวนข้างล่างเป็นค่าความดันตัวด้านล่าง (80 มม.ปรอท หรือน้อยกว่านั้น เป็นค่าธรรมดา) ถ้าเกิดจำนวนบนของคุณเป็น 140 มม.ปรอทหรือมากยิ่งกว่า หรือจำนวนข้างล่างของคุณเป็น 90 มม.ปรอทหรือมากยิ่งกว่า ซึ่งนับได้ว่าคุณมีโรคความดันเลือดสูง (hypertension) ถ้าเกิดค่าความดันเลือดของคุณนั้นมากยิ่งกว่า 120/80 มม.ปรอท แต่ว่าน้อยกว่า 140/90 มม.ปรอท แปลว่าคุณมีความดันโลหิตสูงพื้นฐาน (pre-hypertension)

แม้คุณจะยังมิได้เป็นโรคความดันเลือดสูง แต่ว่าการเสี่ยงของคุณก็มีมากมาย ควรจะติดต่อหมอ ควรจะจดจำไว้ว่าเวลาจำนวนมากนั้น คุณจะไม่มีอาการใดๆ ตามภาวการณ์ความดันเลือด ควรจะวัดความดันเลือดเสมอๆ กรรมวิธีนี้ไม่เจ็บ รวดเร็วทันใจ และง่าย คุณสามารถตรวจค้นข้อมูลเหมือนปกติได้อย่างเร็ว ถ้าคุณมีความดันโลหิตสูง การประมาณระดับความดันเลือดจะช่วยทำให้คุณจัดแจงกับโรคได้ดีขึ้น และช่วยคุ้มครองโรคเส้นโลหิตสมอง

โรคเบาหวานทั้ง 2 ชนิด แตกต่างกันอย่างไร

โรคเบาหวาน ไม่ใช่โรคติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แต่เป็นโรคที่ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก โรคเบาหวานเกิดจากการเกิดความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งถูกผลิตออกมาไม่เพียงพอต่อร่างกาย อินซูลินซึ่งมีหน้าที่ควบคุมกลูโคสในเลือด ทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ ในเมื่ออินซูลินผิดปกติ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดการสะสม ปัจจุบันโรคเบาหวานสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 คืออะไร
เคยรู้จักในชื่อโรคเบาหวานชนิดที่ต้องใช้อินซูลิน (Insulin Dependent Diabetes) หรือ โรคเบาหวานในเด็ก (Juvenile Onset Diabetes) โดยพบได้ในเด็กถึง 5% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด(ข้อมูลจาก Centers for Disease Control and Prevention: CDC)

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน หมายความว่า ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการทำงานที่ผิดพลาด เข้าโจมตีและทำลาย beta cells ของตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน ทำให้ผลิตอินซุลินได้น้อยหรือไม่ได้เลย

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 กับชนิดที่ 2 แตกต่างกันอย่างไร
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ตับอ่อนจะไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ซึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นเข้าโจมตีตับอ่อนและทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลิน ในขณะที่เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการที่อวัยวะไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน อวัยวะนั้น ได้แก่ ตับ กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน ทำให้อวัยวะดังกล่าวไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลไปใช้ประโยชน์ได้ จึงเกิดการสะสมกลูโคสในกระแสเลือด

ในโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตับอ่อนจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้โดยการสร้างอินซูลินออกมามากขึ้น แต่อย่างไรก็ไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาได้เพียงพอต่อน้ำตาลกลูโคสที่สะสมอยู่ในเลือดในช่วงที่สูงที่สุดได้ ซึ่งพบในช่วงหลังอาหาร
CDC กล่าวว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบมากถึง 90-95% ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด