คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพ

เตือนภัยไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ุ B

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ุ B เตือนระบาด 7 กลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีน
ประกาศเตือนจากกรมควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เกี่ยวกับเรื่อง ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B

เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-18 มี.ค. ได้พบผู้ป่วยโรค ไข้หวัดใหญ่ 99,087 ราย คิดเฉลี่ยเป็นอัตราป่วยถึง 151.45 รายต่อแสนประชาชน ยิ่งกว่านั้นเสียชีวิตไปแล้วถึง 6 ราย วันนี้ ExciteMe จะพาทุกท่านมารู้จักกับโรคระบาด ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ B กันค่ะ

ไข้หวัดใหญ่ เป็นอาการที่ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน โดยอาการเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส อินฟลูเอนซา (Influenza virus) โดยเชื่อไวรัสไข้หวัดใหญ่นี้สามารถแบ้งออกได้ 3 ประเภท

1.เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A)
2.เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B)
3.เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C (Influenza C)

ซึ่งวันนี้เราจะมารู้จักกับ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ B เป็นสายพันธ์ุที่ระบาดในช่วงของหน้าฝนและหน้าหนาว เพราะว่าเชื่อไวรัสนี้ชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในอากาศที่เย็น

ลักษณะของโรค
มีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัตืซ้ำ เนื่องจากเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (pandemic) มาแล้ว หลายครั้ง แต่ละคร้ังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเกือบทุกทวีป ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตนับล้านคน

อาการของโรค
อาการของโรคนั้นจะเริ่มมีก็ต่อเมื่อได้รับเชื้อ 1-4 วัน โดยจะเริ่มมีไข้แบบทันทีทันใด 38 องศาในผู้ใหญ่ ส่วนในเด็กมักสูงกว่านี้ มีอาการหนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมากและอาจพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ ถ้าเป็นไขนาน จะมีอาการร่วมมาคือ อาการไอจากหลอมลมอักเสบ (post viral bronchitis) ปกติแล้วผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ก็มีบางรายที่มีอาการรุนแรงเกิดจากภาวะแทรกซ้อน

วิถีของคนเริ่มต้นออกกำลังกาย

กระตุ้นตัวเองให้ออกกำลังกาย

  • ให้นึกถึงเป้าหมายเรื่องน้ำหนักที่จะลด
  • ท่านอาจจะไม่ได้นึกถึงตัวเอง ท่านต้องนึกถึงลูกหลาน หากท่านออกกำลังกายเป็นประจำเมื่อท่านสูงอายุท่านอาจจะดูแลลูกหลานได้ หากท่านไม่ดูแลตัวเองท่านอาจจะเป็นภาระสำหรับลูกหลาน
  • นึกถึงโรคที่ท่านกลัวหรือโรคของครอบครัว หากท่านไม่ดูแลตัวเอง โรคต่างๆจะมาเยี่ยมท่าน
  • นึกถึงความผ่อนคลายหลังการออกกำลังกาย นอนหลับสบายกว่าคนไม่ได้ออกกำลังกาย
  • นึกถึงสุขภาพ หากสุขภาพดีท่านจะทำงานได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลัง

หลายท่านไม่เคยออกกำลังมาก่อนเมื่อเริ่มออกกำลังอาจจะทำให้เหนื่อยง่าย วิธีที่ดีที่สุดของการเริ่มต้นออกกำลังกาย คือให้เริ่มออกกำลังกายจากกิจวัตรประจำวัน เช่น

    • ใช้การเดินหรือขี่จักรยานเมื่อไปที่ไม่ไกล
    • หยุดใช้รถหนึ่งวันแล้วใช้การเดินไปทำงานสำหรับผู้ที่บ้านและที่ทำงานไม่ไกล
    • ใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์หรือบันไดเลื่อน
    • ขี่จักรยานรอบหมู่บ้าน
    • ทำงานบ้าน เช่นทำสวน ล้างรถ ถูบ้าน
    • ออกกำลังโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตก่อน เช่น การทำสวน การเดินขึ้นบันได การเต้นรำซึ่งยังไม่ได้เกณฑ์ aerobic แต่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจจะได้ประมาณร้อยละ 50 เมื่อออกกำลังต่อเนื่องเป็นเวลา 5-6 เดือนก็จะเพิ่มการเต้นของหัวใจได้ถึงร้อยละ 75-85

ทำกิจวัตรเหล่านี้ทุกวันเป็นเวลา 2-3 เดือนจึงเริ่มต้นเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เช่น

  • การเดินให้เร็วขึ้นสลับกับการเดินช้า
  • ขี่จักรยานนานขึ้น
  • ขึ้นบันไดหลายขั้น
  • ขุดดินทำสวนนานขึ้น
  • ว่ายน้ำ
  • เต้นแอร์โรบิค แต่ไม่ต้องนาน
  • เต้นรำ
  • เล่นกีฬา เช่น ปิงปอง แบดมินตัน เทนนิส

หลังจากที่เตรียมความพร้อมร่างกายแล้ว เรามาเริ่มต้นฟิตร่างกายกัน

หลังจากเตรียมความพร้อมแล้ว คุณได้ออกกำลังกายเป็นประจำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การฟิตร่างกายสามารถทำได้โดย

  • โดยการวิ่งเร็วขึ้น นานขึ้น
  • ว่ายน้ำนานขึ้น

การฟิตร่างกาย

คุณต้องติดตามความก้าวหน้าของการออกกำลังกายเช่น เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ระยะทางในการออกกำลังกายเพิ่ม หัวใจเต้นได้ดี

โปรตีนรั่ว รู้ไว รักษาไว อาการโรคไตอักเสบ

           อาการโปรตีนรั่ว ทำให้ผู้ป่วยตัวบวมผิดปกติ และไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนกับคนทั่วไป จำเป็นต้องได้รับการรักษา โดยภาวะดังกล่าวยังส่งสัญญาณถึงการอักเสบของไต นำไปสู่ภาวะไตวายในอนาคตได้อีกด้วย

           อาการโปรตีนรั่ว หรือเรียกว่า “เนฟโฟรติก” เป็นสัญญาณที่แสดงถึงโรคไตอักเสบ มีการขับโปรตีนชนิดที่เรียกว่าอัลบูมินออกมาทางปัสสาวะมากเกินไป ทำให้เกิดอาการตัวบวมตามมา และจะพบมากในเด็ก ซึ่งอาการบวมที่เกิดจากโปรตีนรั่วจำเป็นต้องได้รับการรักษา

อาการเนฟโฟรติก เป็นความผิดปกติของไตที่ยังสามารถกรองของเสียได้อยู่ เพียงแต่มีการรั่วของโปรตีนออกมาในปัสสาวะมากเกินไป วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นให้ดูปริมาณปัสสาวะว่ามีความเปลี่ยนแปลง หรือมีฟองมากขึ้นหรือไม่ ที่สำคัญคืออาการบวมของร่างกาย หากปัสสาวะมีความผิดปกติเกิดขึ้นสัมพันธ์กับอาการบวม อาจเป็นสัญญาณของอาการโปรตีนรั่วได้ ในส่วนของสีปัสสาวะที่เปลี่ยนไปในทางสีเข้มขึ้น พบว่าไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยทุกราย ส่วนในรายที่มีความเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ คาดว่าเกิดจากภาวะน้ำในหลอดเลือดลดน้อยลง จึงทำให้สีของปัสสาวะนั้นเข้มขึ้น

สาเหตุของอาการโปรตีนรั่วยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในผู้ป่วยบางรายพบว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และในส่วนของอาการแทรกซ้อนจากอาการโปรตีนรั่ว แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การแทรกซ้อนจากตัวโรคเองและการแทรกซ้อนจากการรักษา

  1. การแทรกซ้อนจากตัวโรคเอง อาจเกิดจากการไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือเกิดในผู้ป่วยที่ขาดการรักษาไปเป็นเวลานาน อาจทำให้ไตวายได้ในอนาคต หรืออาจมีภาวะการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่ายกว่าปกติ เนื่องจากภาวะโปรตีนรั่ว ส่งผลให้เลือดมีความหนืดมากกว่าปกติ และมีโอกาสแข็งตัวในหลอดเลือดได้ง่าย
  2. การแทรกซ้อนที่เกิดจากการรักษา คือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้วดูแลในเรื่องของสุขลักษณะได้ไม่ดีพอ จึงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากยาที่ใช้ในการรักษาเป็นยากดภูมิ หากติดเชื้อรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
    การรักษาอาการเนฟโฟรติก แพทย์จะใช้ยาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยามาตรฐานชนิดแรกที่แพทย์จะเลือกใช้กับคนไข้เนฟโฟรติก หากมีการตอบสนองต่อตัวโรคได้ดี แพทย์จะค่อย ๆ ลดยากระทั่งหยุดให้ยา แต่ถ้าหากผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาไม่ดี แพทย์ไม่สามารถหยุดให้ยาได้ จำเป็นต้องใช้ยากดภูมิอื่น ๆ ร่วมด้วย

นอกจากนี้ยังมีการรักษาแบบประคับประคองซึ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกที่คนไข้มีอาการบวมมาก เพราะถึงแม้จะมีการให้ยาจำเพาะสำหรับการรักษาโรค แต่คนไข้อาจไม่ตอบสนองทันที อาจต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป อาการบวมจึงจะยุบตัวลง ในแง่ของการรักษาแบบประคับประคอง ประกอบด้วย การจำกัดอาหารรสเค็ม อาหารรสจัด อาหารที่ปรุงด้วยเกลือปริมาณมาก เนื่องจากเกลือจะทำให้ตัวบวมมากขึ้น ส่วนในแง่ของอาหารอื่น ๆ เช่น โปรตีน คนไข้ยังสามารถทานได้ตามความเหมาะสมของช่วงอายุคนไข้

ความสำคัญของการรักษาคือเรื่องการกินยาต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดยาหรือเพิ่มยาเอง หากมีปัญหาต้องรีบติดต่อแพทย์ เพื่อวางแผนปรับยาโดยเร็ว นอกจากนี้คนไข้ควรดูแลเรื่องการรับประทานอาหารที่สุกสะอาด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หรือปรุงด้วยเกลือปริมาณมาก เพราะจะทำให้ตัวบวม ทั้งยังกระตุ้นความดันโลหิตให้สูงขึ้น