คู่มือโรคมะเร็ง

                  

          ร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่จนถึงเข้าช่วงวัยทอง ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิงจึงมีหลากหลายและมีลักษณะเฉพาะ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นดูแลรักษาสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะการที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังเป็นโรคร้าย

          ข้อมูลจากสถานบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันมีการพบผู้ป่วยมะเร็งเป็นจำนวนมาก โดยในกลุ่มผู้หญิงนั้นพบว่าเป็นกันมากที่สุดก็คือ มะเร็งเต้าน้ำนม  มะเร็งปากมดลูก มะเร็งสำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด และมะเร็งมดลูก

          อันดับหนึ่งที่ผู้หญิงเป็นกันมากที่สุดคือมะเร็งเต้านม โดยยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากโดยเฉพาะผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป โดยมีปัจจัยเสี่ยงมากจาก พันธุกรรม  การสัมผัสเอสโตรเจนเป็นเวลานาน ชอบดื่มแอลกอฮอล์และไม่ชอบออกกำลังกายรวมถึงเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน อาการของโรคมะเร็งเต้านมดูได้จาก หัวนมบุ๋ม  มีผื่นแดง ปวดเต้านมและเมื่อคลำเต้านมจะพบก้อนในเต้านมหรือใต้แขน ถ้าตรวจพบอาการแบบนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที ในผู้หญิงที่อายุมากว่า40 ปีขึ้นไปควรมีการไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมพร้อมอัลตราซาวนด์ทุก 1-2 ปี

          ส่วนมะเร็งที่พบได้มากรองลงมาคือ มะเร็งปากมดลูกจะเกิดจาการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV โดยไวรัสชนิดนี้จะมาจากการมีเพศสัมพันธ์ มะเร็งชนิดนี้พบได้มากในผู้ที่ ช่วงอายุ 40-50 ปี โดยมักมีประวัติเคยมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือในกลุ่มที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือผู้ป่วยเอชไอวี มะเร็งชนิดนี้ไม่ค่อยพบอาการระยะเริ่มต้น หากมีเลือดออกช่องคลอด มีตกขาวเยอะและมีกลิ่นเหม็นเน่า ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งชนิดนี้ควรไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก  และในผู้หญิงที่มีอายุ 9-26 ปีควรไปฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันต้านเชื้อ HPV

          มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักพบมากสุดเป็นอันดับ 3  ปัจจุบันแพทย์ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนี้ แต่โรคนี้จะพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปและ มีประวัติโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง ชอบสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักมากและไม่ชอบออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน ชอบอาหารที่มีไขมันสูงและไม่ค่อยรับประทานผัก ผลไม้ สำหรับอาการจะมีอาการท้องเสีย ท้องผูก รู้สึกถ่ายไม่หมด ลักษณะอุจจาระเล็กเรียวยาวกว่าปกติและมีเลือดปน ในผู้หญิงที่มาอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรมีการไปตรวจคัดกรองด้วยการตรวจหาเลือดในอุจจาระ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ 

          มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงและมีการเสียชีวิตสูง เพราะส่วนใหญ่จะตรวจเจอตอนที่เซลล์มะเร็งลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 4 แล้ว สาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ป้องกันได้ด้วยการไม่สูบบุหรี่และอยู่ให้ห่างคนสูบบุหรี่ ควรตรวจคัดกรองโรคที่โรงพยาบาล 

          อีกมะเร็งที่พบบ่อยคือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนใหญ่พบในผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนผันผวน เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สังเกตอาการได้จากประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมีเลือดออกจากช่องคลอด ทางที่ดีถ้าพบอาการเหล่านี้ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์

ทุกคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าคลอโรฟิลล์มาแล้วว่าคือพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการล้างสร้างพิษในร่างกายได้แถมยังรักษาแผลได้อีกด้วยแล้วทุกวันนี้ทางเว็บ  หวยออนไลน์บาทละ 1000 ของเราต้องเจอมลภาวะต่างๆในชีวิตประจำวันด้วยเช่นฝุ่น ควันหรือแม้กระทั่งเรื่องอาหารการกินที่ขาดคุณภาพผลเสียต่างๆ

ที่เกิดขึ้นมาเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารพิษต่างๆเป็นจำนวนอาจจะเกิดผลเสียต่อร่างกายเราอีกด้วยสังเกตได้ง่ายๆว่าร่างกายของเรานั้นมีสารพิษหรือสิ่งตกค้างอยู่หรือไม่เพราะว่าเราจะมีอาการแสดงออกมา

-ปวดหัว หงุดหงิด

-ผิวพรรณหมองคล้ำไม่สดใส

-ปวดเนื้อปวดตัวตามร่าง ปวดกระดูก ปวดข้อเท้า

-เป็นลมพิษ เป็นภูมิแพ้

-เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ

-ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก

-มีอาการเครียด ร่างกายไม่แข็งแรง

จากที่กล่าวมานั้นเป็นปัญหาที่เกิดจากมลพิษที่เราเจอในชีวิตประจำวันดังนั้นเราควรต้องหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถล้างสารพิษให้แก่ร่างกายเราและทำไมเราต้องล้างลำไส้ด้วยสารสกัดจากคลอโรฟิลล์เพราะการทำความสะอาดลำไส้จะทำให้สารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราขับถ่ายออกไปและเป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส้ให้แข็งแรงอีกด้วยและทำให้สิ่งตกค้างที่เกิดจากสารพิษต่างๆออกไปจากร่างกายของเราด้วย

ทำให้ลำไส้ของเราปกติด้วยถ้าเกิดลำไส้อุดตันอาจจะทำให้การทำงานปิดปกติก็ได้แต่ถ้าเราล้างลำไส้จะทำให้สารพิษออกไปแล้วระบบการทำงานจะกลับเป็นธรรมชาติเหมือนเดิมระบบการทำงานในร่างกายก็จะดีขึ้นอีกด้วยจะช่วยกระตุ้นให้ระบบการทำงานของลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นทำให้ร่างกายของเราสดชื่น

เมื่อเราล้างลำไส้จะดูดซึมน้ำและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆในร่างกายของเราทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของการใช้คลอโรฟิลล์

-ขับสารพิษในร่างกาย สารปนเปื้อนต่างๆที่มาจากอาหารหรือน้ำ

-ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น

-ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

-ช่วยบำรุงรากผม ไม่ให้หลุดล่วงง่าย

-ช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวของเรา

นี่เป็นประโยชน์คร่าวๆของคลอโรฟิลล์ที่จริงมีประโยชน์และสรรพคุณอย่างมากเทียบเท่ากับพืชสมุนไพรเลยแต่ในปัจจุบันนี้นำคลอโรฟิลล์ไปสกัดเป็นน้ำเพื่อการจำหน่ายเพราะมีแพทย์ค้นพบว่าคลอโรฟิลล์นั้นมีสารที่สามารถต้านเซลล์มะเร็งได้จึงมีการไปทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อสุขภาพที่ดีและในการรักษาโรคอีกด้วยจึงมีความนิยมในการรับประทานอย่างมากในปัจจุบันนี้

แถมราคาไม่แพงมากที่คุณภาพในการรักษาดีมากๆและส่วนใหญ่ในการรักษามักจะประสบผลสำเร็จอยู่เสมออยากให้ทุกคนได้ดูแลสุขภาพร่างกานตัวเองโดยการดื่มคลอโรฟิลล์

โรคที่ใครไม่ต้องการ

โรค HIV หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่า โรคเอดส์  หลายคนพอจะเข้าใจว่ามัน คือโรคติดต่อร้ายแรง  ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างการบกพร่อง  เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

รวมไปถึงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันและ  การได้รับเลือดจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ มันเป็นโรคติดต่อที่ทุกคนกลัวกันเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้  เพราะเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน  เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้  ที่ไม่ระมัดระวัง  ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย 

รวมไปถึงคู่รักข้ามเพศด้วย  ซึ่งในปัจจุบันมีการยอมรับว่าสังคมในประเทศไทยเรา  ยอมรับเพศที่สามกันมากขึ้น  และเพศที่สามก็มีการแสดงออกในสังคมมากขึ้นไม่ปกปิด  ไม่ปิดบังเหมือนก่อน  แต่คนเราก็ต้องยอมกันว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  มีความเสี่ยงสูงกับกลุ่มรักร่วมเพศของเพศที่สาม

มีเพศที่สามคนหนึ่งที่เค้ายอมรับว่าเค้าติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์  ตอนนี้เค้าได้การรักษาได้รับยา            ที่ถูกต้องกดภูมิตัวเองไว้ ตามการรักษาของทางโรงพยาบาล  ซึ่งในช่วงแรกที่เค้ารับรู้ว่าเค้าได้รับเชื้อนี้  เค้าเอง     

ก็ยอมรับไม่ได้  กินไม่ได้นอนไม่หลับ  ทั้งร้องไห้เสียใจ  คิดอยากตาย  อยากคนอื่นถ้ามีใครรู้  กลัวคนรังเกียจ  จิตใจสับสน  หาทางออกไม่เจอ  เค้าได้กำลังใจที่ดีจากหมอจิตเวช  ให้แนวทางในการปฏิบัติตัว  ปฏิบัติใจการสู้ด้วยกำลังใจของตัวเอง  ก่อนที่เค้าจะเข้ารักษาพบหมอจิตเวช  เค้าพยายามค้นหาว่าเค้าติดโรคจากใคร 

ใครเป็นคนเอาโรคมาติดให้  เขาอยากแก้แค้นคนนั้น  อยากเอาคืนให้ตายไปด้วยกัน  แต่พอเขาหวนคิด  ทบทวนหลายๆครั้งทำให้เค้าพอจะเข้าใจว่า  แค่เป็นเพศที่สามของเขา  ก็มีความเสียงต่อการติดเชื้อแล้ว  เพราะการมีเพศสัมพันธ์ของพวกมีการเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ  คนไหนพอใจก็ได้หมด  บางครั้งต้องไปซื้อผู้ชายตามบาร์เกย์  บางคนเป็นเด็กไซด์ไลน์  ไม่มีคู่นอนเป็นตัวเป็นตนที่แน่ชัด  เขาเองก็ใช้ชีวิตแบบสุดคุ้มมากทีเดียวในเรื่องของเพศสัมพันธ์

  เขามั่นใจว่าเขาติดโรคเอดส์ทางเพศสัมพันธ์แน่นอน  เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเค้าติดกับใครกันแน่  เขาเองยังมีความต้องการตามหาคนคนนั้นอยู่เหมือนกัน  แต่การตามครั้งนี้เขาต้องการตามไปเพื่อบอกใคร ผู้ชายคนนั้นให้ระมัดระวั

  แจ้งให้เขาทราบว่าเขาติดเชื้อ  ให้ระมัดระวังหากจะมีเพศสัมพันธ์กับใคร ก็ให้สวมถุงยางอนามัย     ทุกครั้ง  เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลง  และจะแนะนำให้คนนั้นเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องแบบเขา  แล้วจะได้  มีชีวิตต่อได้อีกนาน  หากรู้จักรักษาตัวเองให้ถูกต้อง  ทานยาให้สม่ำเสมอ

โรคเอดส์  ไม่มีใครอยากเป็นแต่หากติดแล้ว  สำคัญที่สุดคือต้องเข้มแข็ง  ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น  เข้าไปพบแพทย์ได้รับการรักษาที่ถูกต้องชีวิตเราก็อยู่ได้อีกยาวนาน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ที่ “มือสั่น” ไม่ได้ตื่นเต้น

  เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีอาการตื่นเต้นแล้วมือสั่น หรือบางคนก็ถึงขั้นขาสั่นร่มด้วยก็มี อาการแบบนี้เรามักจะประสบพบเจอบ่อยๆก็ในตอนที่ต้องออกไปพูดต่อหน้าคนมากๆ หรือทำในสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยทำมาก่อนแล้วรู้สึกตื่นเต้นนั่นเอง

แต่อาการมือสั่นของบางคนก็ไม่ได้ขึ้นแค่ตอนที่รู้สึกตื่นเต้นเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมือก็สั่นแล้วการที่มือสั่นในลักษณะนี้นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แล้วมีความเสี่ยงต่อสุขภาพร่างกายหรือไม่

      อาการมือสั่นที่อาจเกิดขึ้นได้กับเราทุกคนได้นั้น เกิดจากอะไรได้บ้างเรามีข้อสังเกตหลัก 3 ข้อ เพื่อให้ทุกได้ลองสำรวจตัวเองดูว่าเคยมีอาการแบบนี้ หรือกำลังเป็นแบบนี้อยู่หรือไม่

  1. มีอาการสั่นในขณะที่กำลังนั่งอยู่เฉยๆ อย่างเช่นตอนที่เรากำลังดูโทรทัศน์ หรือกำลังนั่งทำงานแล้วพักมืออีกข้างหนึ่งไว้ โดยอาการสั่นที่เกิดขึ้นเจ้าตัวนั้นไม่ได้รู้สึกหรือรู้ตัว แต่คนรอบข้างจะสังเกตได้ว่าเรามีอาการมือสั่นอยู่ ในกลุ่มนี้ถ้าหากมีอาการมือสั่นเกิดขึ้น เรียกว่า “อาการมือสั่นในขณะอยู่นิ่ง”
  2. อาการมือสั่นในขณะที่มีการยกมือ อย่างเช่นเมื่อเรามีการยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม หรือยื่นแขน แบมือออกมาด้านหน้าแล้วสังเกตได้ว่ามือมีอาการสั่น ลักษณะเช่นนี้คือ อาการมือสั่นในขณะที่ยกมือด้านแรงโน้มถ่วง
  3. อาการมือสั่นในขณะที่กำลังทำกิจกรรม เช่น ในเวลาที่เรากำลังตักข้าวเข้าปาก เขียนหนังสือ หรือกิจกรรมที่ใช้สมาธิจดจ่ออย่างการร้อยได้เข้าเข็ม 

ซึ่งอาการมือสั่นทั้ง 3 ลักษณะนี้ก็จะมีความแตกต่างกันไป สำหรับโรคที่ทุกคนรู้จักกันทั่วไปอย่างโรคพาร์กินสันนั้นมักจะแสดงอาการแบบในข้อแรกคือ อาการมือสั่นในขณะที่อยู่นิ่ง โดยส่วนมากจะถูกสังเกตได้โดยญาติหรือคนใกล้ชิด

เพราะตัวคนที่เป็นโรคนี้จะไม่ได้รู้ตัวในขณะที่กำลังสั่น ส่วนมากมักเกิดจากตอนที่มีอาการเครียด หรือเกิดความกังวล แต่เมื่อรู้ตัวแล้วอาการมือสั่นก็จะหายไป แต่ที่พบได้เป็นส่วนมากของอาการมือสั่นคือ อาการมือสั่นในขณะที่กำลังทำกิจกรรม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาการนี้มักพบในกลุ่มคนที่อายุยังน้อย หรือในกลุ่มวัยรุ่น ที่มีการอดนอน

การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เวลามีอาการเหนื่อย หรือในตอนที่หิวข้าวนั่นเอง ซึ่งอาการมือสั่นที่เกิดมาจากสาเหตุเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นโรค แต่ในกลุ่มเดียวกันที่มีอาการมือสั่นในขณะที่กำลังทำกิจกรรมเช่นกันแต่ว่าเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากโรค และเป็นโรคจากกรรมพันธุ์

โดยทางการแพทย์จะเรียกว่า “อาการสั่นที่เป็นพันธุกรรม” หรือในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Essential tremor นั่นเอง อาการสั่นชนิดนี้เป็นโรคสั่นที่พบได้บ่อยที่สุดในโลก ซึ่งในกลุ่มนี้จะพบได้ว่าคนในครอบครัวก็มีอาการแบบนี้เช่นกัน

       อย่างไรก็ตามอาการสั่นในแต่ละรูปแบบที่เกิดขึ้นนั้นย่อมมีสาเหตุ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการมือสั่นแล้วเกิดความกังวลว่าตัวเองกำลังจะเป็นโรคอะไรหรือไม่นั้น ก็อย่าพึ่งด่วนสรุปจนทำให้เกิดอาการหดหู่ต่อตัวเอง แต่ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอรับคำปรึกษาและวินิจฉัยให้ละเอียดและแน่นอนก่อน หวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ และใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

สิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่ไฟฟ้า

นำบุหรี่และที่เขี่ยออกให้พ้นจากสายตา หนึ่งในสิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่ไฟฟ้า

จริงๆอันนี้ก็เป็นสิ่งง่ายๆที่จะทำเป็นอันดับแรกของการจะเริ่มเข้าคอสการเลิกบุหรี่นะ เคยสังเกตุไหมว่า เมื่อเรานั้นได้อยู่กับอะไรนานวันเข้า ก็จะทำให้สิ่งนั้นยั่วยุให้เราหลงไม่เชื่อหลงไปทำหลงไปชอบอยู่เสมอๆ อย่างเช่นการที่บ้านๆหนึ่งมีหนังสือพิมพ์มาส่งทุกๆเช้า

และได้เห็นคุณพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า เราก็จะเริ่มทำตาม แล้วเราก็จะเริ่มเป็นคนอ่านหนังสือพิมพ์เช่นกัน กับอีกบ้านหนึ่งที่ไม่มีหนังสือพิมพ์แต่เปิดข่าวดูตอนเช้าทุกวัน เราก็จะติดที่จะลุกออกมาจากเตียงแล้วต้องเปิดข่าวดูเป็นประจำ

หรือเอาง่ายๆกว่านั้น เราไม่ใช่คนดื่มกาแฟ แต่พออยูกับเพื่อนที่ติดกาแฟ แล้วต้องไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน วันหนึ่งก็จะติดกาแฟตามเพื่อนไปนั้นแหละ

แล้วเราคงได้ยินกันเป็นประจำว่า วัยรุ่นทำไมถึงหันมาสูบบุหรี่กันเยอะจัง นั่นก็เพราะสิ่งนี้แหละ เพราะว่าเห็นเพื่อนสนิทสูบ ก็จะเริ่มอยากสูบตาม หรือได้กลิ่นบ่อยๆจนเคยชินจนสามารถสูบตามได้ อย่างผมก็ติดจากการมีเพื่อนติดบุหรี่หลายคนเช่นกัน แล้วก็ออกไปปาร์ตี้สังสรรค์กันที่ร้านเหล้าต่างๆ ทำให้รู้สึกอยากดูดบุหรี่ตามเพื่อนบ้าง

แรกๆก็เริ่มจากการที่ขอลองหน่อยว่าเป็นยังไง พอได้ลองแล้วไอ ก็จะพยายามลองจนไมไอ แล้วสักพักเพื่อนแสนดีก็จุดบุหรี่ให้ทุกครั้งเสียแล้ว ฮ่าๆ นั้นแหละคืออิทธิพลของการได้การอยูร่วมกันในสังคม นั้นเป็นอะไรที่ต้องเรียนรู้ว่าเราควรอยู่ให้ห่างกับสิ่งที่เราไม่อยากจะทำ

ยิ่งพลักให้พ้นจากตัวเองได้ตลอดไปเลยยิ่งดี หรือเรื่องบุหรี่ เรามีเพื่อนดูดบุหรี่ เราก็ต้องพยายามไปเข้าไปใกล้เวลาเพื่อนๆดูด บุหรี่ไฟฟ้า เท่านั้นเอง อีกทั้งเราต้องไม่มีซองบุหรี่ในบ้าน แล้วก็เราต้องไม่มีที่เขี่ยบุหรี่ในบ้านด้วยเช่นกัน ทิ้งออกไปจากบ้านให้หมด สิ่งที่สำคัญแต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ควรจะใส่ใจอย่างมาก ไม่เช่นนั้นจะทำให้เราไม่มีวันหนีออกจากวังวันนี้อีกเป็นแน่

ก่อนอื่นก็ต้องทำตัวเองให้หมดกลิ่นบุหรี่เสียก่อน ทั้งในบ้านและในห้อง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าทั้งหมดก็ต้องทำให้หมดกลิ่นบุหรี่ เพราะถ้ามันเตะจมูกขึ้นมากก็จะรู้สึกอยากบุหรี่แน่ ต่อมาก็ควรกำจัดซองบุหรี่และที่เขี่ยบุหรี่ออกไปจากบ้าน

เพราะการเห็นมันก็ทำให้เราจินตนาการถึงความฟินในการดูดบุหรี่ได้ แล้วก็ทำให้อยากไปหยิบมาสักมวน

อาหารที่เราควรเลี่ยงในช่วงที่มีโรคระบาดเช่นนี้ 

สำหรับอาหารถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญของคนหรือมนุษย์อย่างเราแต่ทว่าบางอย่างหรือพฤติกรรมในบางอย่างก็เป็นการก่อให้เกิดการระบาดหรือแพร่กระจายของโรคต่างๆได้เช่นกันดังนั้นสังคมปัจจุบันเช่นนี้มีการระบาดของโรคที่เกิดขึ้น

ทำให้เราควรระวังมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการทานอาหารที่เป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยตรงดังนั้นวันนี้ทางเว็บ  ชุดตรวจ hiv   ของเราจะมาแนะนำวิธีการกินอาหารเพื่อให้ห่างไกลกับโรคร้ายต่างๆโดยมีดังนี้ 

สำหรับอาหารที่ฐานร่วมกันในหลายคนเราควรมีชั้นกลางเพราะการทานอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลางนั้นอาจก่อให้เกิดสิ่งที่นำมาเข้าสู่ร่างกายของเรา 

จะเห็นได้ว่าเมนูต่างๆในประเทศของเรามีผลเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายที่เป็นเชื้อโรคไวรัสที่เป็นที่นิยมขณะนี้ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เรานั้นกินด้วยกันหลายหลายคนโดยไม่มีช้อนกลาง จะเป็นการก่อให้เกิดไวรัสที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายเช่นกันโดยการผ่านทางน้ำลายพี่ติดไปกับอุปกรณ์ที่เราใช้ในการรับประทานอาหารดังเช่นช้อนหรือซ่อมหรืออาจจะเป็นตะเกียบก็ได้เช่นกัน 

การทานข้าวหรือทานอาหารไม่ผ่านช้อนกลาง เสียงให้เป็นได้หลากหลายโรคเลยนะ เพราะนอกจากเชื้อไวรัสที่กำลังแพร่หลายอยู่ช่วงนี้แล้วยังรวมไปถึงเชื้อโรค ชนิดต่างๆอีกด้วยอย่างเช่นไวรัสตับอักเสบบีใครหวัดหรือโรคมือเท้าปากเปื่อยเป็นต้น 

การดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับผู้อื่นก็เป็นการทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่ายเช่นกันนะ 

เมนูอาหารที่เราควรเลี่ยงในช่วงนี้นั่นก็คืออาหารประเภทอีสานที่เป็นการล้อมวงกินเช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตก เป็นต้น แต่เราสามารถป้องกันได้โดยวิธีใช้ช้อนกลางหรือควรล้างมือก่อนทานทุกครั้งอาหารจำเป็นจะต้องมีความร้อนหรือทำเสร็จใหม่ใหม่นั่นเองเพื่อเป็นการลดการเสี่ยง ของการแพร่ไวรัสบางชนิด 

วิธีลดความเสี่ยงที่ติดจากเชื้อโรคโดยการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นมีดังนี้ 

การใช้ช้อนกลางทุกครั้งที่เรารับประทานอาหารไม่ว่าจะเป็นคนเดียวหรือเป็นการรวมกลุ่มกันทานก็ตามแต่ถือได้ว่าช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากคนสู่คนแถมยังช่วยลดระยะเวลาในการเก็บรักษาอาหารให้ยาวนานขึ้นได้อีกนะ 

สำหรับช่วงนี้เชื้อโรคระบาดหนัก ทำให้ทุกคนส่วนใหญ่จะต้องหันมาดูแลตัวเองเป็นพิเศษนอกจากการทานอาหารแล้วยังเป็นการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องระวังด้วยนะเพราะว่าเชื้อโรคเหล่านี้มาทางอากาศสิ่งที่เราทำได้ก็ควรที่จะใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคในอีกระดับหนึ่งแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่บางสิ่งที่ช่วยลดหรือป้องกันนั่นเอง

แต่ความสะอาดไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดของตนเองควรทำความสะอาดให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคต่างๆและเป็นการลดอัตราการเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายที่กำลังแพร่กระจายกันอยู่ในขณะนี     

ปัญหาขี้หูอุดตัน

       สภาวะขี้หูอุดตันนั้นเกิดมาจากการที่เรามีขี้หูมากเกินไปแล้วไม่ได้นำเอาออกมา โดยปกติระบบภายในหูจะมีกลไกการทำงานด้วยการขับขี้หูออกมาให้เราเอง แต่หากมีการผลิตมากเกินไปอาจมีการระบายขี้หูออกมาไม่ทันจึงเกิดการสะสมที่บริเวณหูชั้นนอก และขี้หูเกิดการแห้งและแข็งจึงส่งผลให้มีการอุดตันของขี้หูได้

          เมื่อไหร่ก็ตามที่หูของเรามีขี้หูมาอุดตัน สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ การรู้สึกแน่นๆอื้อๆภายในหู  การได้ยินเสียงจะลดลงหรือบางครั้งรู้สึกเหมือนมีเสียงอยู่ภายในหู มีอากาคันในช่องหูบางครั้งอาจมีน้ำเหลวๆออกมาจากหู หรือมีกลิ่นเหม็นออกมา รวมถึงจะมีอาการปวดหู และเวียนหัวตามมาด้วย บางครั้งอาการเหล่านี้อาจเกิดมาจากสาเหตุอื่นๆก็ได้เช่นกัน

ดังนั้น เราจึงควรไปให้แพทย์ตรวจและรักษา และหากเราพบว่าเรามีปัญหาขี้หูเยอะ เราไม่ควรที่จะหาอะไรมาแคะด้วยตนเอง การนำขี้หูออกจากหูนั้นทำได้ด้วยการหยอดยาละลายขี้หูซึ่งขี้หูจะหลุดลอกออกมาเอง แต่หากมีอาการทั้งหูมีกลิ่น ไม่ค่อยได้ยินเสียงร่วมด้วย ควรไปหาแพทย์มากกว่าจะมาหายารักษาด้วยตนเองเพราะภายในหูเป็นอวัยวะที่บอบบาง ซึ่งหากเรารักษาแบบผิดวิธีจะส่งผลให้เราสูญเสียการได้ยินหรือเป็นโรคหูหนวกได้

             สำหรับขี้หูแล้วจะมีหน้าที่เอาไว้ดักจับสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในรูหู เช่น ขี้ฝุ่นหรือแมลงต่างๆ ซึ่งความจริงแล้วเราไม่ต้องทำอะไรขี้หูก็จะหลุดร่วงมาเองตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีการผลิตขี้หูมากเกินไปแล้วระบบจัดการภายในหูระบายขี้หูออกมาไม่ทันก็จะมีผลทำให้มีขี้หูมาอุดตันในรูหูได้เช่นกัน ซึ่งการตรวจว่าเรามีขี้หูอุดตันหรือไม่นั้น

แพทย์จะเป็นผู้ตรวจให้ด้วยการนำอุปกรณ์ส่องเข้าไปดูในหูของเรา หากพบว่ามีขี้หูอุดตัน แพทย์จะนำเครื่องมือมีคีบขี้หูออกให้หรืออาจจะใช้เครื่องดูดขี้หูออกมา หรือการใช้ไซริงค์ฉีดน้ำอุ่นเข้าไปล้างในหู หรือการใช้ยาหยอดหู เพื่อให้ขี้หูไหลออกมาเอง   หากมีอาการขี้หูอุดตันไม่ควรปล่อยไว้นาน ควรรีบไปให้แพทย์เอาขี้หูออกให้เพราะหากทิ้งไว้จะส่งผลต่อระบบภายในหู อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือทำให้เราไม่ได้ยินเสียง บางครั้งเมื่อมีอาการคันมากๆเราอาจเผลอนำอะไรแหย่เข้าไปในหู ซึ่งหากไปโดยแก้วหู อาจทำให้เกิดการฉีกขาดแล้วทำให้เป็นโรคหูหนวกได้

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

แย่แน่ ถ้าแก้วหูทะลุ      

     Ruptured Eardrum    หรืออาการแก้วหูทะลุ ซึ่งอาการแก้วหูทะลุหากเยื่อแก้วหูชั้นกลางได้รับความเสียหายมากจะมีผลทำให้หูหนวกอย่างถาวรได้  แก้วหูทะลุเกิดจากที่แก้วหูมีการฉีกขาด อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น การเอาอะไรแหย่เข้าไปในรูหูแล้วไปโดนแก้วหู เพราะในส่วนของแก้วหูเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด ตรงบริเวณแก้วหูจะมีเยื่อแก้วหูซึ่งจะมีหน้าที่สำคัญเป็นตัวกั้นหูชั้นกลางกับชั้นนอก

               สำหรับอาการของแก้วหูทะลุนั้นผู้เริ่มแรกผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บหูและจะมีเลือดหรือน้ำเหลวๆไหลออกมาจากรูหูจะรู้สึกว่าหูอื้อและจะเริ่มไม่ค่อยได้ยินเสียงแต่ถ้าแก้วหูมีการฉีดขาดมากก็จะอันตรายถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงเลยก็มี ที่สำคัญบางรายจะมีไข้ขึ้นสูงและมีอาการเวียนหัว จะอ๊วก หากอยากจะสั่งน้ำมูกก็จะรู้สึกเหมือนมีลมออกมาจากหู อันที่จริงอาการแก้วหูทะลุแต่ละรายจะมีอาการไม่เหมือนกันมากนักขึ้นอยู่กับปริมาณอาการของแก้วหูว่าได้ความเสียหายมากน้อยแค่ไหน 

แต่อย่างไรก็ตามการที่เกิดปัญหาแก้วหูมีรอยฉีกขาด แม้จะมีปริมาณแค่นิดเดียวก็ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลให้รีบทำการรักษาโดยด่วน เพราะแก้วหูมีความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับการได้ยิน หากเราไม่สนใจและปล่อยเอาไว้อย่างนั้นอาจจะทำให้หูชั้นกลางเกิดการอักเสบขึ้นมาและจะส่งผลต่อการได้ยินได้

              โดยปกติแล้วอาการแก้วหูทะลุมักมาจากอุบัติเหตุซะส่วนใหญ่ โดยในเด็กเล็กๆ อายุไม่เกิน 5 ขวบเด็กกลุ่มนี้มักจะชอบเอาอะไรแหย่เข้าไปในรูหู ซึ่งหากมีการแหย่ไปในปริมาณที่ลึกถึงเยื่อแก้วหูก็จะทำให้แก้วหูฉีดขาดได้ หรือในผู้ใหญ่ที่ชอบเอาไม้พันสำลีมาเช็ดหูก็เช่นเดียวกัน หรือเกิดจากการกระแทกจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่นหัวไปฟาดโดนของแข็งแล้วความแรงมีการสั่นสะเทือนไปจนถึงหูชั้นกลาง

อาจทำให้หูชั้นกลางเกิดความเสียหายแก้วหูฉีกขาดได้เช่นกัน ทั้งนี้ยังมีสาเหตุมาจากข้างในหูสกปรกแล้วเกิดจากติดเชื้อก็มีผลทำให้แก้วหูทะลุได้อีก  หากมีอาการดังกล่าวข้างต้นทางแพทย์ที่ชำนาญการจะมีการส่องกล้องเข้าไปดูแก้วหูเมื่อพบว่ามีการฉีดขาดก็จะรีบรักษาอย่างเร่งด่วน

            สำหรับการรักษาอาการนั้นหมอจะให้กินยาแก้ปวด เพื่อลดอาการปวด หากมีการติดเชื้อต้องกินยาปฏิชีวนะเพิ่ม ส่วนตัวบาดแผลที่แก้วหูนั้นไม่ต้องทำอะไรจะหายไปเองภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลด้วย 

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆจาก  เครื่องช่วยฟัง

แนวทางการแต่งรถให้แรงขึ้น

แนวทางการแต่งรถให้แรงขึ้น โดยไม่ต้องทำเครื่องยนต์

วันนี้ผมมีวิธีมาแนะนำเรื่องการทำให้รถของเพื่อนๆแรงขึ้นโดยไม่ต้องแต่งเครื่องยนต์ครับ แม้แต่น๊อตตัวเดียวของเครื่องยนต์ก็ไม่ต้องถอดนะครับ ส่วนจะมีวิธีการทำยังไงนั้นโปรดติดตามกันต่อไปได้เลยครับ ความเร็วความแรงของไบค์เกอร์นั้นเป็นของคู่กันเหมือนกล้วยบวชชี ที่มีกล้วยก็ต้องมีกระทิ ไม่งั้นจะเป็นกล้วยบวชชีไปได้ยังไงครับ

ใครมีรถก็ต้องการให้รถของตัวเองแรงขึ้นเร็วขึ้นอย่างน้อยซักนิดนึงก็ยังดีใช่หรือเปล่าครับ ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆสายบิ๊กไบค์ทัวร์ลิ่งหรือว่าคนขี่ในสนามแข่งหรือไม่เว้นแม้แต่น้องๆแว้นเนี่ยนะครับ ถ้าได้มาอ่าน 13 แนวทางการรถให้แรงขึ้น รับรองถูกใจแน่นอนครับ

ซึ่งต่อไปนี้จะเป็น 13ของแต่งที่ช่วยให้รถของเพื่อนๆเร็วขึ้นแล้วก็แรงขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเครื่องยนต์เลยนะครับ ซึ่งในคลิปนี้ก็ไม่เชิงเป็นการจัดอันดับนะครับ แต่ผมจะเรียงรำดับความสำคัญตั้งแต่การเปลี่ยนอาไหล่เล็กน้อยยันอะไหล่ที่ต้องใช้เงินเยอะ ผมจะเรียงตามลำดับนะครับว่าอะไรที่ควรจะเปลี่ยนก่อน อะไรที่ควรจะเปลี่ยนทีหลัง เดี๋ยวลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง

อันดับแรกคือกรองอากาศ

การแต่งกรองอากาศนั้นจะช่วยในเรื่องของอากาศที่จะถูกดูดเข้าไปในห้องเผาไหม้เนี่ยทำได้สะดวกขึ้นแล้วก็มากขึ้นนะครับ อากาศที่ไหลเวียนเข้าไปในห้องเผาไหม้มากขึ้นก็หมายความว่าการจุดระเบิดของเครื่องยนต์เราจะทำได้ดีขึ้นและรุนแรงขึ้น นั่นก็หมายความว่าเครื่องยนต์จะมีกำลังมากขึ้นนั่นเองนะครับ

ซึ่งการแต่งกรองแต่งนั้นจะมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันก็คือ

1ซื้อกรองแต่งมาเลย ไม่ว่าจะเป็นกรองสแตนเรส กรองผ้า กรองฟองน้ำ อย่างที่

2 คือการถอดกรองอากาศออกเลยไม่ต้องใส่เลยนะครับ

อันนี้คืออากาศจะไหลเข้าไปในเครื่องยนต์ได้ตรงๆเลย แต่โดยส่วนตัวแล้วผมไม่แนะนำให้ทำเพราะว่ามันจะไม่เป็นผลดีต่อเครื่องยนต์นะครับ อากาศไหลเวียนเข้าในเครื่องยนต์โดยตรงก็จริงแต่อากาศโดยทั่วไปแล้วจะมีฝุ่นละอองอยู่มาก ถ้าฝุ่นละอองเข้าไปในเครื่องยนต์มากๆ เครื่องยนต์ก็อาจจะพังเร็วกว่าปกติก็ได้นะครับ

 

อันดับที่ 2 ในการแต่งก็คือการทดสเตอร์นั่นเองครับ

การทดสเตอร์จะช่วยในการปรับเปลี่ยนอัตราการทดที่ออกมาจากลูกสูบก่อนที่จะถูกส่งไปยังล้อหลัง แต่ในการแต่งเพื่อนๆต้องเลือกสายว่าจะเอาต้นดีแต่ปลายเหี่ยว หรือว่าจะเอาต้นเหี่ยวแต่ปลายได้ เพื่อนๆต้องเลือกเอานะครับ

เพราะว่าเสตอร์มาจากโรงงานจะเป็นค่ากลางๆอยู่แล้ว ไม่ได้แรงต้นหรือแรงปลาย ถ้าเพื่อนๆเลือกได้แล้วนะครับว่าจะต้นดีหรือปลายไหลเพื่อนๆก็ทำตามวิธีของผมโดยการหาการทดของสเตอร์เดิมก่อนโดยการเอาฟันของสเตอร์หลังมาคูณฟันของสเตอร์หน้าอย่างเช่น 49/16=3.06 นั่นคืออัตราทดเดิม ทีนี้เราได้อัตราทดเดิมของมันแล้วเอาไปเปรียบเทียบกับสูตรที่ผมคิดไว้นะครับ ไหลปลาย 2.5<<3.0>>3.5 ตัวจี๊ด โดยค่า 3.0จะเป็นค่ากลางนะครับ

ทีนี้ถ้าเราได้อัตรทดเดิมของมันแล้วถ้าเราอยากได้กำลังต้นเยอะๆก็ควรเพิ่มอัตรทด แล้วทำการหาค่าให้ได้มากเดิมของที่เพื่อนๆมีอยู่ อัตราการเร่งก็จะดีขึ้นเยอะเลยครับ แต่ถ้าเพื่อนๆอยากจะไหลปลายก็ให้เพื่อนๆลดอัตราทดลงให้น้อยกว่าเดิมถ้าชุดสเตอร์เดิมของเพื่อนๆเวลาขี่หมอบจนรอบตัดได้แล้วก็ไม่สามารถไปต่อได้แล้วก็ให้ลดอัตราการทดของสเตอร์ลงมาครับ

เพราะมันจะช่วยในเรื่องการไหลที่มากขึ้นครับ แต่ก็ระวังอย่าลดสเตอร์น้อยเกินไปจะทำให้รถอืดแทนที่ว่าจะไหลปลาย ก็ลองดูตามความเหมาะสมเอานะครับ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย บิ๊กไบค์มือสอง

วิธีการวัดความดันด้วยตัวเอง

การจัดเตรียมก่อนกระทำตรวจ
สิ่งที่คุณควรจะเตรียมพร้อมก่อนกระทำวัดระดับความดันเลือดมีดังนี้

1. คุณจึงควรฟังเสียงชีพจร ด้วยเหตุผลดังกล่าว คุณจำเป็นจะต้องหาที่สงบเงียบ ควรจะนั่งพักผ่อนก่อนสัก 5 นาที ก่อนจะทำวัดระดับความดันเลือด

2. ควรจะทำกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกรีแล็กซ์ อย่าวัดระดับความดันเลือดถ้าเกิดคุณรู้สึกเคร่งเคลียด หรือพึ่งออกกำลังกายมา คาเฟอีน หรือพึ่งดูดบุหรี่มาเมื่อ 30 นาทีก่อนหน้านี้ สิ่งพวกนี้สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลของการตรวจได้

3. ควรจะนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ เอนกายข้างหลังให้อิงกับเก้าอี้ ไม่สมควรไขว่ห้าง แล้วก็วางเท้าราบกับพื้น

4. ถ้าคุณกำลังสวมเสื้อแขนยาว ควรจะม้วนแขนเสื้อขึ้นไป ถ้ากำลังสวมเสื้อผ้ารัดแขนแน่นๆ ให้ถอดออกเสีย

5. วางแขนไว้ที่ระดับเดียวกับหัวใจ

ขั้นตอนสำหรับในการวัดระดับความดันเลือด

คุณสามารถวัดระดับความดันเลือดได้ด้วยตัวเอง

1. เริ่มจากการประมาณชีพจร วางนิ้วชี้และก็นิ้วกลางที่กึ่งกลางพับศอก

2. พันผ้ารอบต้นแขน ส่วนขอบด้านล่างของผ้า (ท่อนหัวของหูฟังหมอ) ควรจะอยู่เหนือพับศอก 2.5 ซม. บริษัทผู้ผลิตบางครั้งอาจจะใส่ลูกศรเพื่อช่วยทำให้คุณรู้ตำแหน่งของหูฟังของหมอ

ถ้าเกิดคุณใช้เครื่องตวงความดันเลือดแบบควบคุมด้วยมือ

1. ใส่หูฟังของหมอเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น แขนข้างหนึ่งถือเกจ์วัดความดัน (คล้ายๆ นาฬิกา) และแขนอีกข้างถือส่วนกระเปาะไว้

2. ปิดวาวล์ไหลเวียนอากาศที่กระเปาะ (ตรงเข็มนาฬิกาข้างกระเปาะ)

3. บีบกระเปาะให้ปลอกที่มีไว้ใส่แขนวัดความดันเลือดพองขึ้น ช่วงเวลาที่รอจับตามองเกจ์วัดความดัน หยุดบีบเมื่อเกจ์ขึ้นไปถึง 30 มม.ปรอท เหนือความดันตัวบน (systolic pressure) ที่คาดเดาไว้ (จำนวนบนของค่าความดันเลือด) คุณจะรู้สึกแน่นที่ต้นแขน

4. เวลาที่กำลังเฝ้าดูมองเกจ์วัดความดัน ให้เบาๆ เปิดวาล์วไหลเวียนอากาศที่กระเปาะ

5. ตั้งใจฟังเสียงให้ดี เมื่อได้ยินเสียงชีพจรให้จำค่าตัวเลขที่เกจ์วัดความดัน นับเป็นค่าเลขตัวบน เมื่อคุณได้ยินเสียงคราวสุดท้ายให้เขียนบันทึกจำนวนเป็นค่าความดันตัวด้านล่าง (diastolic pressure)

6. คุณจะมิได้ยินเสียงชีพจร ถ้าหากคุณปล่อยให้ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่แขนวัดความดันเลือดยุบเร็วเกินไป ควรจะประพฤติตามขั้นตอนด้านบนอีกที ภายหลังจากผ่านไป 1 นาที

ถ้าคุณใช้เครื่องตวงความดันเลือดแบบดิจิตอล

1. กดปุ่มที่เครื่องวัดความดัน

2. ปลอกใส่แขนวัดความดันเลือดจะขยายตัวขึ้น และก็คุณจะรู้สึกแน่นที่ต้นแขน

3. ให้เขียนบันทึกค่าที่แสดงขึ้นบนจอของเครื่องวัดความดัน

หมอบางครั้งก็อาจจะชี้แนะให้ท่านกระทำวัดความดันเลือดในเวลาที่แน่นอน คุณสามารถเขียนบันทึก และก็นำไปให้หมอดูเมื่อถึงเวลาที่หมอนัดหมายได้

ทำความเข้าใจกับผลของการตรวจ
คุณควรจะวัดระดับความดันเลือดของคุณ 2 ถึง 3 ครั้งในคราวเดียว และใช้จำนวนที่คุณมองเห็นหลายครั้งที่สุด ผลของการตรวจของคุณจะมีสองจำนวน จำนวนบนเป็นค่าความดันตัวบน (120 มม.ปรอท หรือน้อยกว่านั้น เป็นค่าธรรมดา) จำนวนข้างล่างเป็นค่าความดันตัวด้านล่าง (80 มม.ปรอท หรือน้อยกว่านั้น เป็นค่าธรรมดา) ถ้าเกิดจำนวนบนของคุณเป็น 140 มม.ปรอทหรือมากยิ่งกว่า หรือจำนวนข้างล่างของคุณเป็น 90 มม.ปรอทหรือมากยิ่งกว่า ซึ่งนับได้ว่าคุณมีโรคความดันเลือดสูง (hypertension) ถ้าเกิดค่าความดันเลือดของคุณนั้นมากยิ่งกว่า 120/80 มม.ปรอท แต่ว่าน้อยกว่า 140/90 มม.ปรอท แปลว่าคุณมีความดันโลหิตสูงพื้นฐาน (pre-hypertension)

แม้คุณจะยังมิได้เป็นโรคความดันเลือดสูง แต่ว่าการเสี่ยงของคุณก็มีมากมาย ควรจะติดต่อหมอ ควรจะจดจำไว้ว่าเวลาจำนวนมากนั้น คุณจะไม่มีอาการใดๆ ตามภาวการณ์ความดันเลือด ควรจะวัดความดันเลือดเสมอๆ กรรมวิธีนี้ไม่เจ็บ รวดเร็วทันใจ และง่าย คุณสามารถตรวจค้นข้อมูลเหมือนปกติได้อย่างเร็ว ถ้าคุณมีความดันโลหิตสูง การประมาณระดับความดันเลือดจะช่วยทำให้คุณจัดแจงกับโรคได้ดีขึ้น และช่วยคุ้มครองโรคเส้นโลหิตสมอง